Chapter 9 : Murodo

posted on 09 Dec 2011 20:56 by punariya44 in LongJourney

          ยังไม่ทันจะเต็มอิ่มสองตา....รถก็จอดซะแล้ว
          ตอนนี้เราก็มาถึง “จุดสุดยอด” สักที หลังจากนั่งรถกันมาหลายต่อ...

          ก่อนที่จะไปเดินชม “ไฮไลท์” ประจำวัน เราก็พักเบรกหาอะไรใส่ท้องกันก่อน
อย่าลืมสิ “กองทัพต้องเดินด้วยท้อง” ว่าแล้วก็เดินเลือกหาร้านอาหารบริเวณสถานี ซึ่งเราก็เลือก
ได้อย่างไม่ยากเย็น โดยเลือกเอาร้านที่ราคาถูกที่สุด
         

          พอท้องอิ่ม ก็ได้เวลาเดินต่อ
          ทันทีที่ออกจากตัวอาคาร ก็ถูกต้อนรับด้วยลมเย็นๆตีหน้าเข้าอย่างจัง อากาศ ณ ความสูง 2,450
เมตร จากระดับน้ำทะเล อยู่ในระดับเย็นสบาย ไม่ได้ถึงขนาดหนาวทรมาน ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะตอนนี้
ผมใส่เสื้อหนาวอยู่ถึง 3 ชั้นเลยทีเดียว
          ทิวทัศน์โดยรอบของที่ราบสูง Murodo จัดว่าสวย แต่ขอให้ลืมบรรดาต้นไม้เปลี่ยนสีข้างล่างไปก่อน เพราะที่นี่แทบจะไม่มีต้นไม้ใหญ่ๆเลยแม้แต่ต้นเดียว ออกจะเป็นลักษณะที่ราบบนภูเขาที่มีแต่หินกับ
ทุ่งหญ้าและพุ่มไม้เตี้ยๆเป็นส่วนใหญ่ ดูๆไปคล้ายหุบเขาในประเทศแถบ ออสเตเลีย นิวซีแลนด์ซะมาก
กว่าด้วยซ้ำ
          ก็ถือว่าเป็นของแก้เลี่ยนสำหรับบางคน ที่อาจจะเอียนกับดงต้นไม้หลากสีที่ผ่านตามาตลอดทาง
จะว่าไปที่นี่เหมือนเป็นอุทยานหิน มองไปทางไหนก็มีแต่ภูเขาหิน ก็สวยไปอีกแบบ
         
          ลองเปรียบเทียบการเดินทางกับ สัจธรรมบางอย่าง
          ถ้าเปรียบเหล่าต้นไม้เปลี่ยนสีเบื้องล่าง คือ “ความวูปวาปชั่วคราว...”
          เมื่อผ่านจุดนั้นมาได้....เราก็จะพบกับ “ความหนักแน่นและความนิ่ง…” ของอุทยานหินด้านบน
         

          เมื่อขาเริ่มเมื่อย สายตาก็เริ่มมองหาเก้าอี้ ซึ่งมองไปไม่ไกลก็เห็นมุมพักผ่อนของร้านขายขนมที่
มีไว้บริการนักท่องเที่ยวที่น้ำมันกำลังจะหมดอย่างพวกเรา ซึ่งตามมารยาทเราก็ควรจะซื้อของในร้านเขา
สักหน่อยก่อนจะนั่ง ผมเลยควักเงินไปซื้อไอติมมานั่งกิน
          นี่อาจจะเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ผมกินไอติมแล้ว “อุณหภูมิภายในช่องปากเท่ากับอุณหภูมิภาย
นอกช่องปาก” มันหนาวอยู่แล้วครับ แต่ก็ไม่รู้จะซื้ออะไร จะกินเบียร์ตอนนี้ก็ใช่ที่ เดี้ยวเกิดเดินเซตกเขา
ไปจะไม่คุ้มค่าที่พักที่จ่ายล่วงหน้าไปแล้ว สุดท้ายก็เลยซื้อไอติมมากินเพิ่มความหนาวไปอีกนิด
.....คงไม่หนาวกว่าเดิมมากนักหรอก
         
          เดินกินลมชมวิวอีกประมาณเกือบชั่วโมง ก็ได้เวลาลง เพราะถ้ารถหมดเราก็ต้องนอนค้างอยู่บน
ภูเขาซึ่งคงไม่เหมาะแน่ๆ!
          ถ้าอยากทราบการเดินทางขาลง ก็ให้ไปอ่านบทที่แล้วแบบถอยหลังครับ เพราะขึ้นอย่างไรก็ลง
อย่างนั้น จะต่างกันบ้างก็แค่ขาลงคนน้อยมาก เพราะคนอื่นเขากลับกันไปหมดแล้ว!
         
          ระหว่างรอ Cable Car ในชั้นที่เราตั้งใจจะแวะตอนขาลงในตอนแรก ผมเดินเล่นลึกไปในป่าจนไป
พบมุมที่สวยมาก และเงียบสงบ เหมาะสำหรับคู่รักโรแมนติกอย่างที่สุด!!! หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือ....
ไม่เหมาะกับพวกหัวเดียวกระเทียมลีบอย่างผม!!!
          ด้วยความเสียดายวิวทิวทัศน์ ผมจึงลากพ่อกับแม่มาถ่ายรูปคู่กัน เพื่อรำลึกความหลังเมื่อครั้งพบ
กันที่ประเทศนี้ แล้วก็ได้แต่แอบหวังว่า ครั้งหน้าถ้ามีโอกาสได้มาที่นี่อีก......ผมคงจะไม่ต้องมาคนเดียวนะ....
         

Comment

Comment:

Tweet