ทันทีที่ล้อของเครื่องบินสัมผัสรันเวย์ แรงกระแทกก็ปลุกให้ผู้โดยสารแทบทุกคน
รวมทั้งตัวผมเองตื่น รู้ตัวอีกทีเราก็ถึงญี่ปุ่นแล้ว…
          หลังจากที่ลงจากเครื่องและควานหากระเป๋าเดินทางคู่ชีวิตเจอแล้ว ภารกิจแรกใน
สนามบินนาริตะของเราก็คือ การไปรับตั๋ว Japan Rail Pass ซึ่งเป็นตั๋วรถไฟแบบเหมาจ่าย
จะซื้อกี่วันก็ว่ากันไปตามราคา ข้อพิเศษคือตั๋วประเภทนี้จะขายให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น
เพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยวส่วนมากก็มักจะซื้อไว้เพื่อความสะดวก
          แต่ถึงแม้จะมี JR Pass ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะสามารถขึ้นรถไฟฟรีได้ทุกคัน
ถ้าอยากจะเบ่งก็ต้องเช็คข้อมูลรถให้ดีก่อน....ไม่งั้นอาจโดนไล่ตะเพิดลงจากรถได้!

          ผมได้พบสิ่งที่น่าแปลกใจระหว่างที่เรากำลังจะลงไปชั้นใต้ดินเพื่อไปรับ JR Pass
เราพยายามจะหาลิฟต์เพื่อลงไปข้างล่าง เพราะตอนนี้มีรถเข็นกระเป๋าคันยักษ์เป็นภาระอยู่
แต่คุณป้าพนักงานสนามบินกลับบอกว่าให้เข็นมันลงบันไดเลื่อนทั้งๆอย่างนั้นแหละ!
         
          เห้ย!!! แล้วมันจะไม่ไหลลงไปทับคนข้างหน้าหรอ?!! กระเป๋าเราแต่ละคนไม่ใช่เบาๆนะ
โดยเฉพาะของแม่!!! คุณป้าเลยแสดงตัวอย่างให้ดูว่าก็ให้คนนึงไปยืนหน้ารถเข็นแล้วยันไว้....
          เอ่อ....ผมเกือบคิดว่าตัวเองยังอยู่เมืองไทย
ขอโทษนะครับ ผมไม่ได้ดูถูกประเทศตัวเองหรอก....“แต่ว่าที่นี่มันคือญี่ปุ่นนะ”!!!
จ้าวแห่งเทคโนโลยี!!!!! โอเคว่าลิฟต์มันจุคนได้ทีละน้อย บันไดเลื่อนจึงน่าจะเหมาะกว่า แต่......
ทำไมไม่ออกแบบให้มันล็อคล้อของรถเข็นได้ จะได้ไม่ต้องมาเข็นคนนึงดันคนนึงแบบนี้
ผมไม่เชื่อหรอกว่าเทคโนโลยีนี้ยังไม่มีคนคิด..........เพราะบันไดเลื่อนที่โลตัสแถวบ้านผมยัง
ล็อคล้อรถเข็นได้เลย   

          อย่างไรก็ตามเจ้ารถไฟ Narita Express ก็ช่วยดึงผมกลับมาสู่ประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง
ดูข้างนอกเหมือน BTS ดูข้างในเหมือนเครื่องบิน ข้อดีของรถไฟที่นี่คือตรงเวลามาก
ถึงขนาดระบุได้เป็นหลักนาที นี่สิค่อยสมกับเป็นประเทศญี่ปุ่นหน่อย!
         
           สำหรับอาหารมื้อแรก เราซื้อข้าวกล่องมากินกันบนรถไฟ
           กรุณาอย่านำภาพข้าวกล่องโฟมหน้าปากซอยมาจินตนาการร่วมกัน! ข้าวกล่องที่นี่ใส่กล่อง
สวยหรู สีสันน่ากินมาก แต่รสชาติ......เฉยๆมาก เย็นๆ ชืดๆ ผมไม่ได้ปากสูงหรือเรื่องมากอะไรหรอก
แต่มันราคาตั้ง 1000 เยน หรือตกประมาณ 300 บาท เชียวนะ!
           ความจริงแล้ว...กล่องไม่ต้องสวยก็ได้ แต่ขอแบบอร่อยๆ กล่องใส่น่ะลงรถเดี้ยวก็ทิ้งกันแล้ว
แต่ก็อย่างว่าแหละค่าครองชีพมันต่างกัน 1000 เยนที่นี่ก็ถือเป็นราคามาตรฐานที่ไม่ถือว่าแพงนัก
ของอาหารหนึ่งมื้อ ยังไม่นับว่าในสนามบินราคาก็น่าจะแพงกว่าทั่วไปอีกนิดหน่อย เพราะฉะนั้น
กินไป ไม่ต้องบ่น!!!!

ปล. ผมเพิ่งมานั่งอ่านเจอในบันทึกของแม่ ชมว่าข้าวกล่องมื้อแรกอร่อยใช้ได้เลย
อืม....งั้นก็อย่าเพิ่งเหมารวมละกันนะ

Comment

Comment:

Tweet

อากาศหนาวแ้ว้วววววววว บรื๋ออออ อิอิ

#14 By แก้วเซรามิค (61.90.109.37) on 2011-12-19 17:33

หน้าสนใจดีนะเนี้ย ปีใหม่ไปเที่ยวไหนหรอ

#13 By ติดแก๊ส (110.168.183.206) on 2011-12-16 21:39

ดีคับ ว่างๆเข้าไปทักทายบ้างนะครับ ^^

#12 By ติดแก๊ส (110.168.183.206) on 2011-12-16 21:39

ทักทายคะ อากาศหนาวขึ้นอีกแล้ว นอนห่มผ้าด้วยนะคะ

#11 By ครีมหน้าขาว (110.168.183.206) on 2011-12-16 21:25

โอ้วเจ่มมากเลยครับ นอนละฝันดีครับ

#10 By ออกแบบโลโก้ (110.168.183.206) on 2011-12-16 00:25

ดีจ้า แวะมาเยี่ยมจ้า ><"

#9 By ขายน๊อต (58.9.8.136) on 2011-12-14 19:30

ทักทายครับ blogสวยดีครับ ^^

#7 By ขายเครื่องเสียง (58.9.8.136) on 2011-12-14 19:01

หวัดดีค่ะทักทายนะคะ

#6 By รับทำเว็บ (58.9.8.136) on 2011-12-14 17:55

หวัดดีคับ :)
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆนะคะ

#3 By รับทำเว็บ (58.9.119.100) on 2011-12-09 20:33

เพสสวยดีนะคะทักทายคะ

#2 By ขายน๊อต (58.9.119.100) on 2011-12-09 20:29

ทักทายจ้า

#1 By ขายเครื่องเสียงรถ (58.9.119.100) on 2011-12-09 20:05